JibU


กลับมายืนที่เดิม
ธันวาคม 12, 2008, 7:21 am
Filed under: เรื่อยเปื่อย

ทิ้งบล้อกนี้ไปพร้อมๆกับการต้องลาจากนิวยอร์กไปเรียนต่อที่ลอนดอน คิดว่าจบแล้วจะกลับไปหานิวยอร์กที่รัก แต่แล้วชีวิตก็เปลี่ยนไป

ต้องกลับสู่แผ่นดินแม่เพราะหม่าม้าที่รักยิ่งกว่านิวยอร์กเส้นเลือดในสมองแตก ตอนนี้ยังเดินไม่ได้ และไม่รู้ว่าจะมีโอกาสกลับมาเป็นคนเดิมรึเปล่า 

รู้สึกว่า ชีวิตเพิ่งเริ่มต้นตอนนี้แหละ แต่เอาเถอะ ต่อไปนี้บล้อกนี้คงจะต้องเป็นเรื่องราวของกรุงเทพ ส่วนนิวยอร์กคงจะถูกอ้างอิงยามคิดถึงบ้างเป็นระยะ ๆ

xoxo

จิบุ เจ้าของบล้อกคนใหม่หัวใจเดิม(เสี่ยวว่ะ)



Macbook Air
กุมภาพันธ์ 7, 2008, 5:31 am
Filed under: Travel : เที่ยวดะ

ไปลองเล่น Macbook น้องใหม่ ที่ Apple สาขา Soho มา

แหม้….มัน บางเจี๊ยบ 

air2.jpg
air3.jpg



อู่ ที่เคยนอน
กุมภาพันธ์ 1, 2008, 9:42 pm
Filed under: เรื่อยเปื่อย

2.jpg
3.jpg
4.jpg
ap1.jpg
5.jpg
6.jpg
7.jpg



The Eye …คนเห็นผี
มกราคม 28, 2008, 4:27 am
Filed under: Film : ภาพเคลื่อนไหว

ช่วงนี้อเมริกันชนเริ่มยอมรับและหันมาสนใจ ความคิดและความเชื่อจากฝั่งตะวันออกมากขึ้น ดังจะเห็นได้จาก กระแส Japanism ที่ระบาดไปในกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย และที่เด่นชัดคงจะเป็นการที่ ฮอลลีวู้ด นำโครงเรื่องจากหนังตะวันออกหลายชาติมาทำใหม่ในสไตล์ของตน ไม่ว่าจะเป็น Infernal Affairs ในคราบ The Departed และอีกหลายๆเรื่อง

แล้วก็ถึงคราวหนังไทยแล้ว เอ่อ..จะดีใจหรือเสียใจดีเนี่ย คงยังจำหนังผี The Eye หรือชื่อไทย “คนเห็นผี” ของสองพี่น้องตระกูลแปงกันได้ดี เวอร์ชั่นอเมริกัน เป็นเจสสิก้า อัลบ้าเล่น ใจเราคิดว่า ฝรั่งจะทำมันออกมายังไงก็คงไม่ค่อยเก็ทแนวความคิดแบบตะวันออกอย่างแท้จริงหรอก อย่างคราว The Departed ก็ไม่ได้อารมณ์ตามแบบฉบับออริจินัลสักเท่าไหร่

ถ้าเทียบกับการที่ฝรั่งนำมาทำเป็นเวอร์ชั่นฝรั่ง กับการที่ฝรั่งซื้อหนังไทยมาขายแล้วทำซับไตเติ้ลประกอบ สำหรับเราอย่างหลังยังน่าดีใจกว่า อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าเค้าเอามาหมด และเป็นการอวดสายตาโลกว่า หนังไทยก็เจ๋งกับเค้าเหมือนกัน เวลาไปเดิน Virgin Store แผนกดีวีดีหนังเอเชีย เห็นหนังไทยหลายเรื่องได้มามีพื้นที่ในตลาดโลก ก็รู้สึกดีใจแทนผู้กำกับและทีมงานเค้าเหมือนกัน ตอนนี้ที่เห็นก็มีหมวด สองพี่น้องตระกูลแปง มีเป็นเอก มีพี่เจ้ย แล้วก็มีเรื่องเด็กหอ เห็นแล้วอยากจะแนะนำฝรั่งข้างๆให้ซื้อติดมือกลับบ้านซักแผ่นสองแผ่น

theeye.jpg

ถ่ายรูปโปสเตอร์โฆษณาข้างถนนมาฝาก เอาเป็นว่า The Eye ภาคฝรั่ง เข้าโรง วันที่ 1 กุมภา เวลานิวยอร์ก นะจ๊ะ



ของฝากจากนิวยอร์ค
มกราคม 22, 2008, 6:49 pm
Filed under: Food : อยู่เพื่อกิน

เมื่อไม่นานมานี้ อีวา เพื่อนสาวชาวฝรั่งเศสเรียนจบจะกลับประเทศแล้ว แกให้ช่วยคิดว่า จะซื้อของฝากอะไรจากนิวยอร์คไปให้คุณแม่ดี เพื่อนๆคิดไม่ออก นิวยอร์คไม่ใช่เมืองที่จะมีผลิตภัณฑ์โอท็อปให้ช้อปไปฝากญาติโยมซะด้วย

เสื้อ I Heart NY ก็ไม่เข้าที กระเป๋าถือ ของ Coach ก็เห็นทีจะไม่เข้าท่า เดี๋ยวจะเข้าทำนอง อัฐยายซื้อขนมยาย และถ้าจะซื้อ coach สักใบ คงจะต้องเสียกันหลายอัฐเลยทีเดียว ทำยังไงกันดี เย็นนั้นเธอจะต้องขึ้นเครื่องแล้วสิ

เราเดินหากันอย่างร้อนรนในย่านโซโห จนรู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว ต้องหาน้ำตาลให้เลือดหน่อย อีวาจึงแนะนำร้านชีสเค้กร้านหนึ่ง ซึ่งแกโฆษณาชวนเชื่อไว้ว่าอร่อยที่สุดในนิวยอร์ค ร้านตั้งอยู่ในโซโหนี่แหละ ทุกคนตกลงทันทีร้านเป็นร้านเล็กๆเหมือนเป็นกิจการในครอบครัว ชื่อว่า Eileen’s Cheesecake ชีสเค้กของคุณป้าไอลีน ในร้านมีที่นั่งอยู่ไม่ถึงสิบ ด้านหน้ามีตู้โชว์เค้กที่ใช้เป็นเค้าท์เต้อร์ หลุดจากเค้าท์เตอร์ไปเป็นเครื่องปั่น และชีสเค้กเรียงรายอยู่นับร้อย สาวๆในกลุ่มกรี๊ดกร๊าดตามประสา พลางสั่ง มินิชีสเค้ก หรือชีสเค้กขนาดสำหรับหนึ่งคน กันคนละชิ้น มีทั้ง สตรอเบอร์รี่ บานาน่าโอรีโอ บลูเบอร์รี่ และอีกมากมาย ได้ชิมแล้ว อยากจะบินขึ้นฟ้า อร่อยฉุดๆเลย

eileens.jpg

จากคนที่ไม่เคยชอบกินชีสเค้ก ได้มาเจอของจริงแล้ว กลับไปอุดหนุดทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละสามชิ้น วันเกิดใครก็ไปซื้อชีสเค้กเค้ามาแฮปปี้เบิร์ดเดย์ แขกไปใครมาเที่ยวและมาเยี่ยม ก็พาไปอุดหนุนเค้า ทุกคนลงมติแล้วว่า เป็นหนึ่งในร้านที่อร่อยที่สุดในนิวยอร์คจริงๆ ที่บอกว่า หนึ่งในบรรดาร้านอร่อย เพราะว่า นิวยอร์คขึ้นชื่อด้านชีสเค้ก อร่อยกันหลายที่เหลือเกิน แต่ละร้านจะมีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นของตัวเอง อย่าง ร้านป้าไอลีนนี่ เนื้อชีสเค้กแกไม่หนักดี กินสบายๆเข้ากับแครกเกอร์บุบรอบๆตัวชีสได้ดีมาก เอาเป็นว่า ใครมีโอกาสได้มาลองไปชิมกันได้ที่ 17 Cleveland Place แถวๆโซโห นั่นแหละ ไม่ก็ลองเข้าไปเยี่ยมชมเวบไซต์ได้ที่ www.eileenscheesecake.com

สรุปว่า วันนั้น อีวา ตัดสินใจขนสตรอเบอร์รี่ชีสเค้กขนาด สิบสามนิ้ว ขึ้นเครื่องกลับไปฝากคุณแม่ที่ฝรั่งเศส



New Year, New York
มกราคม 3, 2008, 6:22 am
Filed under: Music : หูเปื่อย หูแฉะ

ปีใหม่ปีนี้ความตื่นเต้นลดน้อยลงไปพร้อมกับความเป็นเด็ก ไม่อยากจะคิดว่าเราแก่ลงไปอีกปีแล้ว แต่เมื่อนึกถึงความเย็นชากับเทศกาลปีใหม่แห่งมหานครที่ไม่เคยหลับไหลอย่างนิวยอร์คนั้นทำให้รู้สึกสะพรึงในอารมณ์ของตัวเองเหมือนกัน ปีนี้เลือกที่จะนับถอยหลังเงียบในบ้านผ่านจอทีวี นักท่องเที่ยวหลั่งไหลสู่ไทม์สแควร์ มีทั้งครอบครัวพร้อมหน้า ที่ตั้งใจจะมาสานสัมพันธ์กันในวันนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ และคู่รักหลายพันคู่ที่ตั้งหน้าตั้งตารอจังหวะหลังเลขหนึ่งเพื่อจุมพิตกันโดยมิได้นัดหมาย บางรายถึงกับขอแต่งงานต่อหน้าสักขีพยานเหยียบแสน กระดาษสีที่จารึกด้วยคำอธิษฐานและคำอวยพรกว่าร้อยภาษา โปรยปรายลงมาราวกับหิมะสีรุ้งชวนให้เคลิ้มไปกับบรรยากาศแห่ง “เมือง”

เสียงเพลงของคุณปู่ Frank Sinatra ขับกล่อมก้องไทม์สแควร์และลำโพงในห้องเล็กๆ

Start spreading the news
I’m leaving today
I want to be a part of it, New York, New York
These vagabond shoes
Are longing to stray
And make a brand new start of it
New York, New York
I want to wake up in the city that never sleeps
To find I’m king of the hill, top of the heap
These little town blues
Are melting away
I’ll make a brand new start of it
In old New York

If I can make it there
I’ll make it anywhere
It’s up to you, New York, New York.

ใครจะฟังเพลงนี้แล้วรื่นรมณ์อย่างไรไม่รู้ รู้แต่ว่าวันนี้ฟังแล้ว ให้กำลังใจได้ประหนึ่งเพลงเพื่อชีวิต



ถังขยะของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน
ธันวาคม 29, 2007, 8:29 am
Filed under: โลก...จิต

วันนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ตั้งใจว่าจะออกไปหาอะไรกินข้างนอก เลยแนบขยะกล่องข้าวออกไปทิ้งด้วย ทางผ่านเป็นถังขยะสาธารณะพอดี ทิ้งปุ๊บ ก็มีเสียงไล่หลังมาปั๊บ

“Ma’am, you just dropped your garbage in that bin.”

นึกในใจ ใช่สิ ถังขยะมีไว้ใส่ขยะมิใช่หรือ แต่ไม่ได้พูดออกไปอย่างนั้น เพราะถ้าพูดสวนกลับไปอย่างนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจนางนี้ก็จะตอบกลับมาทันทีว่า
“ใช่จ๊ะ ถังขยะมีไว้ใส่ขยะ แต่ถังขยะที่รัฐบาลนิวยอร์ค provide ไว้ให้ตามท้องถนนมิได้มีไว้ใส่ขยะจ๊ะ”

หลายคนอาจจะงง ที่นี่เขามีกฎว่าห้ามเอาขยะในบ้านมาทิ้งที่ถังขยะข้างนอก ถังขยะตามท้องถนนมีไว้ทิ้งของเล็กๆน้อย เช่น เวลาพลเมืองดีแคะขี้มูก เค้าก็จะทิ้งในถังขยะตามท้องถนนนี่แหละ เพราะฉะนั้น ถ้าทิ้งขยะชิ้นใหญ่ๆ เราจะโดนจับ และปรับ

วันนี้โดนไปแล้ว 100 เหรียญ ไม่อยากคำนวณเป็นค่าเงินไทยเล้ยยยย ไอเราก็เข้าใจอ่านะ ว่าห้ามทิ้งขยะใหญ่ แต่ในใจยังดื้อ ทำไมวะ ขยะกู เอ่อ ..ดิฉัน ก็แค่ถุงบรรจุกล่องอาหารสองกล่อง ไม่ได้ลากเอาขยะทั้งบ้านมาทิ้งซักกะหน่อย รู้งี้ทิ้งไว้ข้้างถังขยะซะก็ดี

จำไว้นะจ๊ะ นิวยอร์กเกอร์เค้าไม่ทิ้งขยะลงในถัง ถ้าจะทิ้งให้ทิ้งไว้นอกถัง หรือไม่ก็ไปหย่อนลงตู้ไปรษณีย์ซะ

ถึงว่าล่ะ เห็นขยะเกลื่อนถนนในหลายๆย่าน ถังขยะที่นี่เค้ามีไว้ทิ้งได้แค่ขี้มูกนี่เอง

ป.ล. ข้อความข้างบน เขียนด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เนื่องมาจากความโกรธปนโมโห และโทโส (ก็โกรธนั่นแหละ) ส่วนด้านล่างจะเป็นบทวิเคราะห์ หลายคนเคยบอกว่า คนฉลาดมักชอบตั้งคำถาม

ถาม : ทำไมนิวยอร์กถึงปรับคนทิ้งขยะลงถัง และไม่ปรับคนขากเสมหะ ถ่มน้ำลาย คนฉี่ข้างถนน คนถุยหมากฝรั่ง
ตอบ : เพราะคนปรับมักเป็นคนขากเสมหะ ถ่มน้ำลาย ฉี่ข้างถนน ถุยหมากฝรั่ง พูดจาหยาบคาย และคนถูกปรับมักเป็นคนทิ้งขยะลงถัง ถูกที่ถูกทางแต่ไม่ถูกประเทศ

ถาม : อะไรคือขยะ และ อะไรคือถังขยะ
ตอบ : อาหารอเมริกันคือขยะ และอเมริกันชนคือถังขยะ

ถาม : โลกร้อนเพราะอะไร
ตอบ : เพราะคนทิ้งขยะเป็นที่เป็นทาง โดนปรับ

ถาม : ตำรวจนิวยอร์กมีไว้ทำเอี้ยอะไร
ตอบ : มีไว้ตรวจจับคนทิ้งขยะลงถังขยะ

ถามอีกที : อะไรคือขยะ และอะไรคือถังขยะ
ตอบอีกที : กางเกงในของปารีส ฮิลตัน กะ ลินด์เซย์ โลฮาน คือขยะ และ ถังขยะ คือตะกร้าผ้าของเด็กวัยรุ่นทั่วโลก



ฝรั่งขี้หมา
ธันวาคม 4, 2007, 5:04 am
Filed under: โลก...จิต

นิวยอร์ค ณ บัด now เข้าสู่ winter อย่างเป็นทางการแล้ว หิมะตกมาเร็วมากๆ เมื่อเย็นไปยืนรอรสบัส ลมแรงทำเอาป้ายรถเมล์โบกสะบัดไม่แพ้ธงผ้าเลย เรายืนเป็นคนที่สองของแถวที่ยาวเหยียด คนรออยู่ร่วมสามสิบคน ขณะที่ยืนหนาวอยู่นั้น บังเอิญไปสบตาป้าแก่คนหนึ่ง แกรีบเดินเข้ามาหา พร้อมทำหน้าเหมือนรู้จักกันมานาน

“Hi, how are you?” แกถาม
“???????” เรางง
“You live next door to me. Do you remember me?”
“No..I don’t know you for sure.” เราตอบ
“Yes..” แกยืนยัน
“No…” เรายันกลับ

สักพักแกมากระซิบข้างหู
“Listen, i can’t wait at the end of the line. It’s so cold. Can i just stand with you here?” แกบีบเสียงเล็กเต็มที่ กลัวคนจะได้ยิน
“I’m sorry. You can’t ask me. You have to ask the guy behind me.” ตอบพร้อมนึกในใจ มีฝรั่งแบบนี้ด้วยรึ

แกก้อหันไปยิ้มให้คนข้างหลัง พร้อมยืนหรา แซงกว่าสามสิบชีวิต ไร้ยางอายสิ้นดี อ่ะ แหม เดินมาขอยืนด้วยเฉยๆเราก็ว่าหน้าด้านแล้วนะ นี่ถึงขนาดคิดมุกว่าเป็นเพื่อนบ้านกันอีก

คนแบบนี้ก็มีด้วย



Gossip Girl
พฤศจิกายน 16, 2007, 2:35 am
Filed under: Film : ภาพเคลื่อนไหว

อากาศที่นี่เริ่มเข้าสู่เลขตัวเดียวแล้ว couch potato คือสิ่งเดียวที่อยากทำ และอยากเป็นอยู่ทุกวัน อยู่แต่บ้าน นั่งดูทีวี ตากฮีตเตอร์ไป ออกข้างนอกแล้วปากสั่น ชาที่มือและเท้าไปหมด นิวยอร์ค หนอ นิวยอร์ค ยูเป็นเมืองที่สุดโต่งมากๆ ร้อนก้อร้อนเอี้ยเอ้ีย หนาวก้อหนาวเข้ากระดูกดำ ขอความพอดีให้เมืองนี้หน่อยได้มั๊ยเนี่ย เข้าเรื่องดีกว่า ตอนนี้ซีรี่ส์สุดโปรดของวัยรุ่นเด็กแนวที่ริอ่านเป็น couch potato คือเรื่อง “Gossip Girl” 

หลายคนอาจเคยได้ยินมา หรือ เคยได้รู้เรื่องราวมาบ้างแล้ว เพราะเค้าสร้างจากนวนิยายหลายตอนต่อของ Cecily Von Ziegesar ในชื่อเรื่องเดียวกัน เป็นเรื่องราวของ เด็กมอปลายหรือไฮสคูลมะกัน หกคน ชายสามหญิงสาม อย่าเพิ่งจินตนาการไปว่าเค้าทั้งหกอยากจะเปิดร้านหมี่เกี๊ยวตีตลาดชายสี่ จริงๆแล้ว ความรักของคนทั้งหกยุ่งเหยิงพัลวัลพัลเก และด้วยความที่พวกเขาเป็นคนในสังคมชั้นสูงของนิวยอร์ค เรื่องราวของพวกเขาจึงเป็นที่อยากรู้อยากเห็นของคนที่เราไม่รู้ว่าใคร คอยคาบข่าวมากอสสิบให้เราฟังทุกคืนวันพุธ หลังรายการ America’s next top model 

ขอบอกว่า ใครที่ทำตัวเป็นคนดีไม่ชอบเรื่องกอสสิบนินทาว่าร้ายใครก็ต้องดู เพราะนักแสดงนำเป็นวัยรุ่นหน้าตาดี ดูแล้วชุ่มชื่นหัวใจ ใครจะรัก the soprano ก็รักไป เราขอติดตามเด็กหกคนนี้ดีกว่า นอกจากหน้าตาดีแล้ว ยังเล่นดีอีก ยิ่งไปกว่านั้นรสนิยมด้านดนตรี สถานที่และคอสตูมของทีมผู้ผลิตก็ดีและโดดเด่นมาก เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่ไร้ที่ติจริงๆ  เอาเป็นว่า ใครอยากรู้ว่า วัยรุ่นนิวยอร์คเขาแต่งตัว ฟังเพลงหรือคิดอ่านกันอย่างไร ก็ลองหาเรื่องนี้มาชมกันนะ แอบแนบ พรีวิวมาให้ดู หวังว่าคงจะชอบกัน  



Sunday Parfait
พฤศจิกายน 12, 2007, 7:39 pm
Filed under: Food : อยู่เพื่อกิน

สุดสัปดาห์ที่เธอกับฉันไม่ต้องทำอะไร เรามีเวลากันทั้งคู่ ว่างกันทั้งวัน แบบนี้ จะนั่งจับเจ่าอยู่ในห้องแคบๆก็เสียดายชีวิตเปล่าๆ วันอาทิตย์อากาศดีดีแบบนี้ จะมีอะไรดีไปกว่า อาหารกลางวันแบบไทยๆ ที่ร้านศรีประไพ ร้านเลิฟของคนไทยในนิวยอร์ค มีอาหารไทยวาไรตี้มากๆ ล่าสุดเห็น “เห่าดง” ในรายการอาหารพิเศษ เกิดมาเพิ่งเคยได้ยิน และเป็นที่น่าประหลาดใจต่อผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ตีความกันไปต่างๆนาๆว่า เจ้าของร้านอาจจะนำเข้าเนื้องูเห่ามาจากเมืองไทย เอ หรือว่าเค้าใช้เนื้อหมาหว่า นัยน์ว่ามีอะไรเห่าๆด้วย อย่างไรก็ตาม ทางเราจะรับหน้าที่ค้นหาคำตอบและนำมาเสนอให้ผู้อ่านทราบต่อไป โต๊ะเราสั่ง ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือเสิร์ฟพร้อม the best ไก่หวาน in town ข้าวมันส้มตำไก่ย่าง ขอเปลี่ยนจากข้าวกะทิเป็นข้าวเหนียว เห็นว่ามันไม่เข้ากันจริงๆ เลี่ยน และข้าวคลุกกะปินอกจากจะล้อมรอบด้วยผักและไก่หวานของโปรดแล้ว ยังจะทำให้เราเกิดอาการตาร้อนต่อคนที่สั่งด้วย กุ้งแห้งทอด อ.ม.จ. (ถ้าติดตามกันมาคงจะรู้ว่าย่อมาจาก โอ้แม่เจ้า) กายหยาบนั่งกินอยู่ในจริต แต่กายละเอียดลุกขึ้นมาเต้นเคล้าน้ำตาแห่งความตื้นตันไปแล้ว อิ่มกันไปตามอัตภาพ ต้องหาที่เดินย่อย จับรถไฟเข้าเมืองทันทีด้วยสัญชาตญาณคนเมือง

และแล้วก็มาถึง 14th Street, Union Square ขอแนะนำย่านนี้ให้คนที่รักการเดิน ฟู้ด มาร์เก็ต เพราะย่านนี้เป็นที่ตั้งของ ฟู้ด มาร์เก็ตคุณภาพถึงสามเจ้า

Whole Food Market เป็นที่สำหรับผู้ที่ห่วงใยสุขภาพกายและสุขภาพโลก เมื่อเข้าไปจะพบกับผลิตภัณฑ์อาหารที่ดูดีมีสกุล ออร์แกนิค ผัก ผลไม้สด แต่ราคาค่อนข้างสูง แนะนำ “365 Garlic Ranch Potato Chips” เป็นเลย์แบรนด์ของเจ้านี้โดยเฉพาะ กินแล้วไม่เจ็บคอ เพราะโรคประจำตัวเราคือเจ็บคอ ปกติจะไม่กินเลย์เลย เพราะกินแล้วจะมีเลือดติดเสมหะออกมา น้ำผึ้งที่นี่ก็ใช้ได้ โยเกิร์ตด้วย แต่ซุ้มบุฟเฟ่ต์ อาหารไม่อร่อยซักอย่าง เคยกินซูชิจืดชืด และแกงอินเดีย ซึ่งฝรั่งทำไม่อร่อยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นขอเตือน ขายได้ไงวะ ปอนด์ละเจ็ดเหรียญแปดเหรียญ

The Food Emporium บนถนนเดียวกัน อันนี้เป็นคลังอาหารเลยก็ว่าได้ หากไปมาร์เก็ตแรกแล้วเห็นคิวยาว หรือบางทีอาจจะหาซื้อของที่เราต้องการไม่ได้เช่น อุปกรณ์ทำขนม ส่วนผสม เป็นต้น ให้มาที่นี่เลย คิวไม่ยาว ของเยอะ แถมมีตู้ให้คิดตังก์เองด้วย

Trader Joe’s สโลแกนเค้าคือ your neighborhood grocery store ส่วนใหญ่จะขายอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง แต่คนเยอะมาก อยากซื้อตั้งหลายอย่าง แต่ไม่เคยได้ซื้อเลย คิวยาวตั้งกะหน้าร้าน แล้วคิวก็วนไปตาม aisle ต่างๆของเค้า คนยืนต่อคิวทั่วร้านไปหมด ได้ข่าวว่าขายไม่ได้แจกฟรี จะคนเยอะอะไรล่ะ ที่ชอบคือร้านไวน์ของเค้า ไวน์ดีมีคุณภาพอัดแน่น ที่สำคัญเค้าใช้ถุงกระดาษ เหมือนถุงห้างไทยไดมารูสมัยก่อนอ่ะ น่ารักดี

เมื่อเดินจนปวดขา ไปนั่งเล่นได้ที่ พาร์คชื่อพาร์คอะไรไม่รู้จำไม่ได้ ชอบพาร์คฝรั่งอย่างนึง คือ คนมาที่นี่เค้ามาผ่อนคลายกันจริงๆ เอาเสื่อมาปูนอน เคยเจอแบบมานั่งปิคนิคบนเสื่อ จิบไวน์ อากาศดี แดดสวย สำหรับคนที่มีน้องหมา ทางรัฐเค้าก็จัด โซนนิ่ง หมาก็มีพาร์คของหมา คือ กั้นที่เอาไว้ให้คนพาหมามาเข้าสังคม พาร์คของหมาจะปูด้วยหินและทราย หมาต่างพันธุ์เล่นกันสนุกสนาน ยืนดูไปก็เพลิดเพลิน ถ้ามีตัวใหม่เข้ามา ทุกตัวก็จะมารุมดมตูด แล้วก็แยกย้ายกันไปเล่น ดมตูดแล้วถูกใจ ก็กลายเป็นเพื่อนกันไป

แล้ววันอาทิตย์ดีดี ก็หมดไปอีกวัน จับรถไฟกลับบ้าน สบายอารมณ์




Follow

Get every new post delivered to your Inbox.